Yo Shi No Ya 24 ชั่วโมง
posted on 26 May 2009 00:06 by jgroup in 03---Japanในเวลาค่ำมืดดึกดื่นซึ่งห้างหรือร้านค้าต่างๆปิดกันหมดแล้ว ผมเปิดตู้เย็นตัวเดียวที่ตั้งอยู่ในห้องพร้อมกับความหวังที่ว่าจะมีเนื้อหมู เหลือสักชิ้น แต่ผมก็ต้องพบแต่ไอเย็นๆที่ล่องลอยเล่นอยู่ในช่องแช่แข็ง ผมจึงกำลังตัดสินใจจะออกจากหอไปยังร้านอาหารใกล้ๆบ้านที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ ชั่วโมง และนามของมันก็คือ “โยชิโนะยะ”
ผมยังคงเปิดตู้ด้านล่างดูว่า จะมีอะไรกินได้บ้าง เหลือก็แต่น้ำอัดลมที่ซื้อมาเมื่อเย็น อยากจะหยิบไปกินกับข้าวร้อนๆด้วยจัง แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะอนุญาตไหม สรุปว่าคงไม่ต้องดีกว่า หนาวๆแบบนี้ดื่มชาอุ่นๆคงดีกว่าเป็นไหนๆ
ผมหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาใส่ แล้วลงลิฟท์มาที่ลานจอดรถจักรยาน ขี่มันไปตามทางที่มุ่งไปยังร้านโยชิโนะยะ ทางที่ผมขี่จักรยานผ่านไปในเวลานั้นไม่มีผู้คนซักคนเดียว คงเพราะว่าดึกมากแล้ว มีแต่เพียงแสงไฟจากโคมไฟที่ตั้งเรียงรายอยู่นอกตึกที่ผมขี่ผ่าน ท้องฟ้าสีดำสนิทไม่มีดาวแม้สักดวง พระจันทร์ส่องแสงสว่างไสวราวกับดวงไฟดวงใหญ่ที่ติดอยู่บนเพดานฟ้า
ผม ข้ามถนนที่มีเสียงสัญญาณบอกว่าเป็นไฟเขียวสำหรับคนข้าม ดังนั้นแทบจะไม่ต้องมองไปที่สัญญาณไฟเลย ฟังเสียงก็ทำให้รู้ว่าเป็นสิทธิ์ของคนเดินถนนแล้ว ผมข้ามมายังอีกฝั่งถนนซึ่งเป็นทางเท้าสำหรับเดินเรื่อยไปสุดลูกหูลูกตา ร้านค้าต่างๆตามข้างทางที่เปิดตั้งแต่เช้า ถึงหัวค่ำก็ปิดกันหมดแล้ว เหลือก็แต่เพียงร้านโยชิโนะยะที่ยังปล่อยให้แสงไฟลอดผ่านประตูกระจกออกมา
ผมนำเจ้าสองล้อคู่ใจมาจอดบริเวณลานจอดรถจักรยานข้างสถานีรถไฟ แล้วเดินผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้าไปในร้าน
“いらっしゃいませ” [IRASSHAIMASE]
คำ แรกที่เป็นการต้อนรับลูกค้าหิวโซอย่างผมจากพนักงานภายในร้าน ร้านโยชิโนยะที่ผมมาสาขาใกล้บ้านนี้ จะมีโต๊ะสำหรับนั่งกันเป็นกลุ่มประมาณสี่คน ม้านั่งเบาะ พนักพิงชนกันอยู่ติดกับกำแพงทั้งสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางร้านเป็นโต๊ะรูปตัวยูและมีเก้าอี้วางเรียงรายรอบโต๊ะตัวยูนั้น ตรงกลางเป็นทางเดินพร้อมกับเครื่องคิดเงินที่อยู่บริเวณส่วนโค้งตัวยู
ร้าน โยชิโนะยะ เป็นร้านอาหารจานด่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดร้านหนึ่งในญี่ปุ่น มีสาขาต่างๆมากมายทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก สำหรับผู้ชอบดูหนังฮอลลีวู๊ดก็พอจะมีให้เห็นหน้าเห็นตากันบ้างในภาพยนตร์ เรื่อง “The Terminal” ซึ่งนำแสดงโดยทอม แฮงค์
คติของร้านนี้ก็คือ “ถูก รวดเร็ว และอร่อย” และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมชอบที่จะมาทานอาหารร้านนี้อยู่บ่อยๆ เพราะว่าเค้าบริการได้รวดเร็วมาก เมนูอาหารโดยทั่วไปของร้านนี้ก็จะแบ่งเป็น
ประเภทด้ง 丼 ข้าว เป็นชามราดด้วยหน้าต่างๆ เช่น ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมูซึ่งจะบรรจุในชามมาเสิร์ฟในเวลาประมาณไม่เกินหนึ่งนาทีนับจากเรา สั่ง ดูๆแล้วก็เป็นอาหารธรรมดาๆ แต่รสชาติก็อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซอสที่เคล้ามากับเนื้อที่อยู่บนชามข้าวราวกับมนต์ที่ สะกดให้ลูกค้ากลับมายังร้านนี้บ่อยๆ ขนาดของชามมีทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ราคาก็แตกต่างไปตามขนาด ซึ่งเฉลี่ยอยู่ประมาณสี่ร้อยเยน
ประเภทแกงกะหรี่ カレー นอก จากร้านนี้จะมีชื่อเรื่องข้าวหน้าเนื้อที่เรียกว่ากิวด้งแล้ว ยังมีแกงกะหรี่ที่มาพร้อมกับข้าวร้อนๆด้วย ซึ่งมีทั้งแกงกะหรี่เปล่าๆ หรือหมูทอด น้ำจากแกงกะหรี่ที่ไม่ใสและไม่ข้นจนเกินไปขับให้กลิ่นไอของแกงกะหรี่หอม กรุ่นมากขึ้นไปอีก ราคาก็แตกต่างไปตามวัตถุดิบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะประมาณ สี่ถึงห้าร้อยเยน
อาหารชุด 定食 สำหรับ ผู้ที่อยากทานให้อิ่มหนำสำราญ ทางร้านก็ยังมีอาหารชุดไว้บริการด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นข้าวสวย กับข้าว และก็น้ำซุป ซึ่งสามารถเลือกกับได้ว่า จะเป็นเนื้อหมู หรือเนื้อวัว หรือเป็นอุด้งในหม้อเลยก็ได้ซึ่งคล้ายๆกับสุกี้ นอกจากนี้ช่วงเวลา ตีห้าถึงสิบโมงเช้าก็มีชุดอาหารเช้าด้วย แน่นอนว่าคงไม่ใช่ไข่ดาวกับหมูแฮมแน่ๆ แต่เป็นอาหารชุดที่มีข้าวกับเนื้อปลาเป็นส่วนประกอบ การที่มีชามต่างๆวางเรียงรายอยู่อย่างมากมายก็เป็นการเพิ่มอรรถรสแห่งการ ลิ้มรสอาหารให้มากขึ้น ราคาของอาหารชุดจะประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยเยน


เนื่อง จากผมมาคนเดียว ผมจึงเลือกนั่งบริเวณรอบตัวยู สั่งบุตะด้งคือข้าวหน้าหมูมาหนึ่งชาม สามสิบวินาทีสำหรับการรอคอยและไม่เกินสิบนาทีสำหรับท้องอิ่ม
ถึงเวลาเรียกคิดเงินก็ไม่ยาก จะชูมือพร้อมกับธนบัตร หรือจะพูดดังๆว่า
“ごちそうさま” [GOCHISOUSAMA]
ก็เป็นการเรียกเก็บเงินเช่นกัน ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า
“ผมไม่ได้เอาเงินติดตัวมา”
นั่น ไงความลำบากหลังจากอิ่มท้องตามมาแล้ว คงเพราะผมคิดว่ายังมีเงินติดอยู่ในกระเป๋าเสื้อสักห้าร้อยเยน แต่ก็ใช้ไปกับน้ำอัดลมเมื่อเย็นซะแล้ว ครั้นจะให้ผมบอกว่าติดไว้ก่อน เดี๋ยวไปหยิบจากหอมาจ่ายให้ พนักงานที่ไหนก็คงไม่เชื่อ ผมแก้ปัญหาด้วยการโทรเรียกเพื่อนที่อาจจะนอนหลับไปแล้วให้ออกมาจ่ายเงินแทน ผมไปก่อน
และ เหตุการณ์ครั้งนั้นเองทำให้ผมขอบคุณเพื่อนเป็นการใหญ่ที่ช่วยออกมาแก้ปัญหา ให้ผมในยามดึกดื่นว่างๆผมจึงเลี้ยงข้าวเพื่อนคนนี้เป็นการตอบแทน และคงไม่ใช่ข้าวที่ไหนนอกจาก “โยชิโนะยะ”
ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก Wikipedia, the free encyclopedia http://en.wikipedia.org/wiki/Yoshinoya และ http://www.yoshinoya.com
edit @ 6 Oct 2009 15:45:28 by JGR
edit @ 6 Oct 2009 15:49:39 by JGR